คลังรูป

  • ไปยลสุดยอดป่า ‘พรุโต๊ะแดง’

    ป่าพรุโต๊ะแดง ศูนย์วิจัยและศึกษาธรรมชาติป่าพรุสิรินธร

     

    ศูนย์วิจัยและศึกษาธรรมชาติป่าพรุสิรินธร อำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส

    อีกวิธีหลีกหนีความสับสนวุ่นวายสำหรับคนที่อยู่ ในเมืองซึ่งมีตึกใหญ่เรียงราย คือการไปสัมผัส ธรรมชาติในดินแดนเงียบสงบ ซึ่งมีแหล่งหนึ่ง ที่น่าสนใจคือ พรุโต๊ะแดง ป่าไม่ผลัดใบสุดพิเศษ แตกต่างจากป่าไม่ผลัดใบประเภทอื่นๆ เพราะ ป่าพรุที่พบในบริเวณที่ลุ่มต่ำหรือแอ่งที่มีน้ำจืดไหล เอื่อยเรื่อยรินผ่านตลอดเวลาเช่นนี้นั้นมีอยู่ไม่มากนัก ในเมืองไทย โดยพรุโต๊ะแดง เป็นป่าพรุแห่งสุดท้าย ของเมืองไทยและเป็นป่าพรุที่เข้าถึงได้ง่ายที่สุดใน ภาคใต้ เนื่องด้วยมีการจัดทำเส้นทางเป็นสะพานไม้ เหนือพื้นดินอันเป็นหยุ่นตม ทอดยาวคดโค้งผ่านดง พืชพรรณเขียวครึ้ม ซึ่งมีแสงแดดส่องลอดลงมา เพียงรำไร และมีป้ายให้ข้อมูลเกี่ยวกับพรรณไม้ เช่น หลุมพี หมากแดง กะพ้อ ปาหนันช้าง ฯลฯ รวมทั้งมีเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยของสรรพชีวิตในป่าพรุ ให้อ่านอย่างเพลินใจจนครบวงรอบเส้นทางเดิน ระยะทาง 1,200 เมตร

    ช่วงเวลาที่ดีที่สุด: เดินชมความเขียวครึ้มสมบูรณ์ของ พรุโต๊ะแดงได้สะดวกสบายที่สุดในช่วงเดือน กุมภาพันธ์-เมษายน เพราะเป็นช่วงเวลาที่ไม่มีฝน


  • ตามหานกเงือก ในป่าปลายขวานทอง

    เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ฮาลา- บาลา

    เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าฮาลา-บาลา อำเภอสุคิริน จังหวัดนราธิวาส

    สำหรับนักแรมทางธรรมชาติแล้ว ป่าดิบชื้นแน่นทึบในแผ่นดินปลายขวานทอง ซึ่งอยู่ในเขตจังหวัดยะลาและนราธิวาส(พื้นที่ไม่ได้ยาวต่อเนื่องกัน) ที่ได้รับประกาศจัดตั้งให้เป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าฮาลา-บาลา คือผืนป่าที่พวกเขารู้ว่ามากมายไปด้วยสรรพชีวิตที่น่าสนใจ แต่สำหรับการเดินทางไปเยือนนั้น สามารถเข้าไปได้เฉพาะในส่วนของป่าบาลา จังหวัดนราธิวาส เท่านั้น เส้นทางเดินป่าศึกษาธรรมชาติระยะสั้นใกล้กับหน่วยพิทักษ์ป่า ภูเขาทอง ซึ่งเป็นหน่วยย่อยของเขตฯ อุดมสมบูรณ์ไปด้วยต้นไม้ใหญ่ที่เรือนยอดแน่นทึบอยู่ชิดติดกัน มองเผินๆ คล้ายดอกกะหล่ำที่เบียดแน่นเป็นช่ออวบ ในเส้นทางเดินนี้ นอกจากพรรณไม้ใหญ่ เช่น ต้นสมพง ต้นยวน ต้นสยา ฯลฯ แล้ว ยังมีโอกาสได้เห็นนกเงือกซึ่งมักทำรังอยู่บนต้นสยา การตามหานกเงือกในป่าผืนนี้นับว่าไม่เป็นเรื่องยากจนเกินไป เพราะในป่าบาลามีนกหายากชนิดนี้อาศัยอยู่ถึง 9 จาก 12 ชนิดของนกเงือกที่พบในเมืองไทย เช่น นกเงือกหัวแรด นกเงือกหัวหงอก นกเงือกกรามช้าง เป็นต้น

    ช่วงเวลาที่ดีที่สุด: เดินป่าตามหานกเงือกได้สะดวกที่สุดในช่วงเดือนกุมภาพันธ์-เมษายน


  • ล่องแก่ง ‘เจ็ดคต’ เจ็ดโค้ง

    ถ้ำเจ็ดคต จ.สตูล

    ถ้ำเจ็ดคต อำเภอมะนัง จังหวัดสตูล

    เพลินใจไปกับการล่องแก่งผ่านธารน้ำใสที่ขนาบด้วยป่าดิบร่มรื่น แล้วเปลี่ยนอิริยาบถไปเดินเข้าปากถ้ำเจ็ดคต เพื่อล่องเรือคายักลัดเลาะคดโค้งผ่านโพรงถ้ำมืดที่มีเจ็ดโค้งอันเป็นที่มาของชื่อเจ็ดคต ตลอดระยะทางประมาณ 700 เมตรในโพรงถ้ำที่มีสายลมพัดผ่านเย็นสบาย นักท่องเที่ยวจะได้ชมหินงอก หินย้อย และประติมากรรมแห่งโถงถ้ำอย่างเพลิดเพลิน ก่อนโผล่พ้นโพรงถ้ำออกไปพบแสงสว่างและป่าดิบเขียวสด แล้วล่องคายักต่อไปเหนือผืนน้ำตื้นใสที่มองเห็นปลาเล็กปลาน้อยแหวกว่ายไปมา ซึ่งเวลาของการล่องแก่งรวม 2 ชั่วโมง กับระยะทางประมาณ 7 กิโลเมตร จะผ่านไปไวเหมือนโกหกเลยทีเดียว

    ช่วงเวลาที่ดีที่สุด: เดือนพฤศจิกายนไปจนถึงกลางเดือนเมษายน อากาศแจ่มใส เหมาะกับการพายคายัก ควรหลีกเลี่ยงช่วงเทศกาลสงกรานต์เพราะนักท่องเที่ยวเยอะมาก

     

     

  • ตามหา ‘หมาน้ำ’ ในบึงทะเลบัน

    บึงทะเลบัน จ.สตูล

    อุทยานแห่งชาติทะเลบัน อำเภอควนโดน จังหวัดสตูล

    ไม่ต้องแปลกใจถ้าช่วงใกล้ค่ำในบริเวณบึงทะเลบันจะมี เสียงร้องคล้ายเสียงของลูกสุนัขดังแว่วออกมา เพราะนั่นคือ เสียงของ ‘หมาน้ำ’ หรือเขียดว้าก สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก ซึ่งถือว่าเป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งของพื้นที่นี้ สิ่งสำคัญกว่า การเป็นสัญลักษณ์คือ หมาน้ำเป็นดั่งดัชนีชี้วัดว่าป่ายังคง ความอุดมสมบูรณ์ มีน้ำใสสะอาดไหลผ่าน เพราะมันจะ อาศัยอยู่ในพื้นที่ที่มีความพิเศษดังกล่าวเท่านั้น รูปร่างหน้าตาของหมาน้ำดูคล้ายคางคก แต่มีขนาดเล็กกว่า มาก และมีพิษที่ต่อมผิวหนังด้วย ตัวผู้จะมีถุงลมใต้ลำคอ ที่ทำให้เสียงสะท้อนดังกังวานเพื่อเรียกร้องความสนใจจาก ตัวเมีย ส่วนใหญ่แล้วจะได้ยินเสียงร้องของมันดังมาจาก ใต้รากไม้ในน้ำหรือก้อนหินใหญ่ แต่เมื่อถึงหน้าฝนซึ่งเป็น ช่วงจับคู่ผสมพันธุ์ ตัวผู้จะเปลี่ยนจากการเห่ามาเป็นการ ร้อง ‘ว้ากๆๆ’ ดังก้องไปทั่วบึง

    ช่วงเวลาที่ดีที่สุด: เดือนพฤศจิกายน-มีนาคม ฟ้าใส ปลอดฝน เหมาะกับการเที่ยว แต่ถ้าอยากได้ยินเสียง ‘ว้ากๆๆ’ ของ หมาน้ำ ควรไปในช่วงเดือนมิถุนายน-พฤศจิกายน ซึ่งเป็น ช่วงจับคู่ผสมพันธุ์

  • ท่าปอมคลองสองน้ำ

     

    ท่าปอมคลองสองน้ำ จ.กระบี่

    ป่าพรุ ท่าปอมคลองสองน้ำ อำเภอเมืองฯ จังหวัดกระบี่

    จังหวัดกระบี่มีแหล่ง Unseen Thailand หลายแห่ง ซึ่งรวมถึงท่าปอมคลองสองน้ำ แหล่งท่องเที่ยวเรียนรู้ธรรมชาติแสนพิเศษที่เป็นหนึ่งเดียวในเมืองไทย ความมหัศจรรย์ของท่าปอมคลองสองน้ำอยู่ที่การเป็นรอยต่อของน้ำจืดและน้ำเค็ม คือ เมื่อน้ำทะเลหนุนเข้ามา น้ำจืดจะเปลี่ยนแปรเป็นน้ำกร่อย และเมื่อถึงช่วงเวลาน้ำลง น้ำจืดจากป่าต้นน้ำก็จะไหลดันน้ำทะเลออกไปจนหมดเกลี้ยง การเดินเที่ยวชมผืนน้ำใสที่เห็นเป็นสีเขียวมรกตไปตามสะพานไม้ที่ทอดคดโค้งเป็นวงรอบ ระยะทางประมาณ 700 เมตรนั้นร่มรื่นด้วยพรรณไม้ชายเลน ไม้ป่าพรุ และไม้ป่าดิบชื้น ที่ขึ้นผสมผสานกันอย่างลงตัว โดยมีรากไม้ใหญ่และพูพอนรูปทรงประหลาดตาช่วยเสริมให้พื้นที่ท่าปอมคลองสองน้ำมีความงดงามเฉพาะตัวไม่เหมือนที่ใด

    ช่วงเวลาที่ดีที่สุด: เที่ยวได้ทั้งปี โดยช่วงเดือนพฤศจิกายนไปจนถึงกลางเดือนเมษายนเป็นช่วงที่อากาศดีที่สุด