คลังรูป

  • มิวเซียมสยาม ตอน อินเทรนด์ไม่เว้นวรรค

    นิทรรศการดีๆ ที่ส่งเสริมความเป็นไทย ท่ามกลางกระแสแฟชั่นที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว จนทำให้อดคิดไม่ได้ว่า “เราหลงลืมอะไรไปหรือเปล่า?”

    ตามหากันไปทำไม ทำไมต้องตามหา มาดูเอาเอง

     

    กระแสหลินปิงฟีเวอร์ ทำให้เกิดสินค้าเกี่ยวกับหมีแพนด้าออกมามากมาย

     

    สาวกหลินปิงฟีเวอร์

     

    นี่ก็ห้องแสดงสินค้าของสาวกแบรนด์เนม
    อาหารของคนรุ่นใหม่ในปัจจุบัน คุ้นหน้าคุ้นตากันดี

     

    อาหารกลางวันของใครหลายคน

     

    ฟาร์ตฟู้ดยอดฮิตของคนไทย

     

    เครื่องดื่มของคุณผู้หญิงยุคใหม่

     

    ขาดไม่ได้เดี๋ยวเหงาปาก

     

    ฟาร์ตฟู้ดรุ่นคลาสสิคอีกหนึ่งอย่าง

     

    ห้องกรุงเทพฯ แห่งอนาคต
    คาเฟ่ยุค 60s มุมถ่ายรูปภายในพิพิธภัณฑ์

     

     

     

     

     

     

     

     

     

    ตราสัญลักษณ์ของมิวเซียมสยาม เป็น คนกบแดง หรือ รูปคนทำท่าเป็นกบ

     

    การพับกระดาษแบบญี่ปุ่น

     

    ตู้ไปรษณีย์สมัย ร.5 ยังใช้ส่งจดหมายได้

     

    วิวัฒนาการของใช้ภายในบ้าน จาก ครก ถึง เครื่องปั่น

     

    มิวเซียมสยาม (Museum Siam)
    สถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ
    เลขที่ 4 ถนนสนามไชย แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพฯ 10200

    เวลาให้บริการ:
    วันอังคาร – อาทิตย์ เวลา 10.00 – 18.00 น. (หยุดวันจันทร์)
    โทรศัพท์ 02 225 2777 โทรสาร 02 225 2775
    http://www.museumsiam.com

  • มิวเซียมสยาม ตอน ทำนาหน้ามิวเซียม

     ทำนาใครว่ายาก จริงๆ แล้วแสนสนุกและได้ความรู้กับอาชีพเก่าแก่ของบรรพบุรุษไทย ที่คนรุ่นใหม่ควรศึกษา กว่าจะได้ข้าวแต่ละเมล็ด เขาทำกันยังไง ไม่ลองไม่รู้ ลองทำดูแล้วจะรู้ว่าเป็นยังไง กิจกรรมนี้มีถึงวันที่ 25 กันยายน 2554นี้นะ


      

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     มิวเซียมสยาม (Museum Siam)
    สถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ
    เลขที่ 4 ถนนสนามไชย แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพฯ 10200

    เวลาให้บริการ:
    วันอังคาร – อาทิตย์ เวลา 10.00 – 18.00 น. (หยุดวันจันทร์)
    โทรศัพท์ 02 225 2777 โทรสาร 02 225 2775
    http://www.museumsiam.com

     

  • ‘อาบน้ำแร่ แช่น้ำอุ่น’ ณ ระนอง

    ‘อาบน้ำแร่ แช่น้ำอุ่น’ ณ ระนอง

    สวนรุกขชาติรักษะวาริน อำเภอเมืองฯ จังหวัดระนอง

    เพราะระนองตั้งอยู่ในพื้นที่ที่มีแหล่งความร้อนใต้พิภพ จึงไม่น่าแปลกใจที่จังหวัดซึ่งได้รับสมญานาม
    ว่า ‘เมืองฝนแปด แดดสี่’ แห่งนี้จะโด่งดังในฐานะดินแดนแห่งน้ำแร่มานานนับร้อยปี ยิ่งไปกว่านั้น
    น้ำแร่ร้อนในระนองยังมีคุณภาพดี ติดอันดับ 1 ใน 3 ของโลกอีกด้วย

    แหล่งน้ำแร่ร้อนตามธรรมชาติมีอยู่มากมายหลายแห่งได้รับการปรับแต่งภูมิทัศน์ให้สะดวก
    ต่อการแช่ขาแช่ตัวเพื่อผ่อนคลายความเมื่อยล้า โดยบ่อน้ำร้อนที่อยู่คู่ระนองมายาวนานนั้นอยู่ใน
    บริเวณสวนรุกขชาติรักษะวาริน หรือที่ชาวเมือง เรียกว่า ‘บ่อน้ำร้อนวัดตโปทาราม’ ซึ่งมี 3 บ่อ
    คือ บ่อพ่อ บ่อแม่ และบ่อลูกสาว อุณหภูมิ 63-69 องศาเซลเซียส

    ความพิเศษที่สุดของบ่อน้ำร้อนในระนองคือ ที่นี่เป็นแหล่งน้ำร้อนแห่งเดียวในประเทศไทยที่ไม่มีกำมะถัน
    เจือปนอยู่เลย นั่นเป็นคำตอบว่า ทำไมเมื่อก้าวเข้าสู่บริเวณบ่อน้ำร้อนแห่งนี้จึงไม่มีกลิ่นก๊าซอบอวล
    เหมือนแหล่งน้ำร้อนในจังหวัดอื่น

    ช่วงเวลาที่ดีที่สุด: ระนองได้รับอิทธิพลจากลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้และลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ
    จึงมีฝนตกเกือบทั้งปี ช่วงที่ปลอดฝนคือกลางเดือนกุมภาพันธ์ ถึงกลางเดือนพฤษภาคม




  • เพลินชม ‘นางงาม’ ชิมความอร่อย

    เพลินชม ‘นางงาม’ ชิมความอร่อย ณ เมืองเก่าสงขลา

    ถนนนางงาม อำเภอเมืองฯ จังหวัดสงขลา

    พาตัวเองเข้าไปสัมผัสความงดงามดั้งเดิมของตึกโบราณ ทั้งสไตล์ชิโน-โปรตุกีส และตึกแถวแบบจีน ที่เรียงรายอยู่สองฝั่งทางของถนนสายเล็กๆ ชื่อ ‘นางงาม’ เพื่อย้อนเยือนสู่เมืองที่เคยรุ่งเรืองเมื่อช่วงเวลากว่าร้อยปีที่ผ่านมา ซึ่งปัจจุบันเลื่องชื่อในฐานะถนนสายวัฒนธรรม ที่ยังคงภาพวิถีชีวิตของชาวไทยเชื้อสายจีน และมากมายด้วยอาหารการกินแสนอร่อยที่หากินได้ยากในถิ่นอื่น เช่น ขนมทองเอก ขนมเทียนสด ขนมจูจุ๋น ฯลฯ สูตรเฉพาะของย่านนางงาม

    ช่วงเวลาที่ดีที่สุด: เที่ยวได้ทั้งปี แต่ถ้าไปในช่วงเดือนเมษายน ซึ่งมีการจัดงาน ‘สงขลาแต่แรก ถนนคนเดิน เพลินกินของหรอย ย้อนรอยบ่อยาง’ ก็จะได้สัมผัสบรรยากาศครึกครื้นและได้ลิ้มรสของกินอร่อยๆ ของย่านนางงามอย่างเต็มอิ่ม


  • หย่อนความคิดถึงลง “ตู้ไปรษณีย์ยักษ์”

    หย่อนความคิดถึงลง “ตู้ไปรษณีย์ยักษ์”
     
    อำเภอเบตง จังหวัดยะลา

     ความคิดถึงจะทวีคุณค่ามากขึ้นเมื่อผ่านกาลเวลาแห่งการบ่มเพาะ เช่น การส่งผ่านทางจดหมายหรือไปรษณียบัตร แทนการคลิกทันใจผ่านแป้นคอมพิวเตอร์หรือปุ่มโทรศัพท์ อีกทั้งความรู้สึกของการระลึกถึงกันยังถูกถ่ายทอดลงสู่แผ่นกระดาษเล็กๆ ทว่ามากความทรงจำในวันที่หยิบมาสัมผัสและคิดถึงความคิดถึงนั้นอีกครั้ง และถ้าคุณไปเยือนเบตง การส่งข้อความถึงใครสักคนโดยหย่อนลงตู้ไปรษณีย์ยักษ์ อันเป็นดั่งสัญลักษณ์ของจังหวัดยะลา ก็น่าจะเป็นความทรงจำที่ดี ตู้ไปรษณีย์รูปทรงกระบอก สีแดงสด สูงถึง 320 เซนติเมตร สร้างขึ้นตั้งแต่ พ.ศ. 2467 ก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 ทั้งเพื่อรองรับจดหมายและเพื่อกระจายข่าวสารถึงชาวเมืองเบตงผ่านวิทยุที่ฝังอยู่ตรงส่วนบนของตู้ ซึ่งทุกวันนี้ตู้สีแดงกลางเมืองเบตงตรงสี่แยกหอนาฬิกา ยังคงทำหน้าที่รับจดหมายและไปรษณียบัตรเพื่อส่งสู่คนไกลอีกปลายทางหนึ่งเฉกเช่นวันวาน

    ช่วงเวลาที่ดีที่สุด: เที่ยวเบตงได้ทั้งปี หย่อนความคิดถึงได้ทุกเวลา