คลังรูป

  • งานตลาดเก่า รถเก่า ร่วมโชว์ความเก๋า

    ภาพ/ เรื่อง :   Unseen Tour Thailand

    รถเก่า สุดเก๋า มารวมกันถึง 300 คัน  ร่วมสร้างสถิติต่อรถคลาสสิกความยาว 700 ม. ที่ตลาดเก่าอ่างศิลา 133 ปี ในบรรยากาศย้อนยุคริมทะเล สมัยโก๋หลังวัง

    รถกำลังเคลื่อนขบวนขับไปวนรอบหาดบางแสน
    รถก็คลาสสิค บรรยากาศก็คลาสสิคหน้าร้านอาหาร "ชายทะเล" ที่เก่าแก่ คนรุ่นเก๋ารู้จักดี

      

    บรื๊น บรื๊น มอเตอร์ไซต์คลาสสิคก็เตรียมสตาร์ทเครื่องกันแล้ว
    ร่วมชมคาราวานรถเก่า เส้นทาง อ่างศิลา-เลียบหาดบางแสน

     

    ประชันความเก๋าริมทะลอ่างศิลา

     

    มอเตอร์ไซต์เก๋าเก๋า
    สีสันสดใสดีจัง

     

    รถยนต์รุ่นทรานฟลอเมอร์รุ่นเดียวในประเทศไทย ที่นั่งบนประตูรถได้

     

     

    แดดยามบ่ายต้องกับท้องทะเลเป็นประกายระยิบระยับจับตา

     

    เรียงแถวให้เห็นกันจะๆ

     

     

     

     

     

     

     

     

    ท่านประธานกล่าวเปิดงาน

      

     

     

     

     

     

     

     

     

     

    มุมด้านหน้าตึกราชินี หรือ ตึกแดง เปิดตำนานเยือนบ้านอ่างศิลา เสน่หาเมืองในฝัน

     

     

     

     

     

     

    แข่งขันกินวิบาก

     

    เครื่องดื่มจรวด

     

    ร้อนก็มีร่มให้นักท่องเที่ยวยืมใช้ฟรี เสร็จแล้วอย่าลืมเอากลับมาคืนด้วยนะ

     

     

     

     

     

     

     

    ช้อปกันสนุกสนาน

     

    มุมถ่ายรูปเก๋ๆ

     

    ขนมโบราณอร่อยๆ ชิมได้ทุกโหลเลยนะ

     

    คอขนมจีนไม่ควรพลาด อร่อยทุกอย่าง ทั้งน้ำยาปู น้ำยาปลา ซาวน้ำที่หาทานยาก
    ขนมเรไรคุณยาย อร่อยจริง คอนเฟิรม์เลย

     

     

    หน้าต่างชั้นบนตึกราชินี

     

    ด้านหลังตึกราชินี ติดชายทะเล บรรยากาศดี๊ดี

     

    ซีฟู้ดราคาถูก สด อร่อย ชวนชิม

     

    ปลาหมึกย่างเห็นแล้วน้ำลายไหล

     

     

     

     

    กว่าจะมาเป็นครก แสนยากลำบาก

     

    ของที่ระลึกจากอ่างศิลา

     

    ครกสวยๆ น่าพกพา

     

    เก๋า ไม่เก๋า ตั้งแต่ปี 1938 ใครเกิดแล้วบ้าง

       



  • เที่ยวคลองขนมหวาน เกาะเกร็ด

    เที่ยวคลองขนมหวาน เกาะเกร็ด

    ภาพ/ เรื่อง :   Unseen Tour Thailand

    นอกจากได้ชิมขนมหวานจนน้ำตาลขึ้นแล้ว ยังได้ล่องเรือรอบเกาะเกร็ด เชื่อไหมว่าทั้งหมดนี้แค่ 60 บาทเอง

     

            เกาะเกร็ดถือได้ว่าเป็น “เกาะใกล้กรุง” อย่างแท้จริง เพราะเป็นเกาะที่อยู่ใกล้กรุงเทพฯที่สุด วันเสาร์-อาทิตย์ จะคึกคักเป็นพิเศษด้วยนักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างประเทศ เดี๋ยวนี้เกาะเกร็ดเขาโกอินเตอร์แล้วนะ

            การเดินทางก็สุดแสนจะสะดวกสบาย มาถึงปากเกร็ดแล้วก็ไปขึ้นเรือข้ามฟากที่วัดสนามเหนือเพื่อไปเกาะเกร็ด ค่าเรือข้ามฟากคนละ 2 บาท

            สัญลักษณ์ของเกาะเกร็ดคือ “เจดีย์เอียง” ใครไปใครมาต้องมาโพสท่าถ่ายรูปที่นี่ ไม่งั้นเรียกว่ามาไม่ถึงเกาะเกร็ดนะจ๊ะ

            วันนี้ไม่ได้พามาช้อป แต่จะพามาชิมโดยเฉพาะ เมื่อข้ามาถึงฝั่งท่าเรือวัดปรมัยยิกาวาส ก็จะมีช่องจำหน่ายตั๋วเที่ยวรอบเกาะเกร็ด คลองขนมหวาน ในสนนราคาเพียง 60 บาท คุ้มสุดแสนจะคุ้ม ใช้เวลาเกือบ 2 ชั่วโมง ในการท่องเที่ยว

            ระหว่างที่ล่องเรือไปก็จะเห็นบ้านเรือนริมน้ำที่มีดีไซน์สวยงามแปลกตา และวิถีชีวิตของชาวบ้านริมน้ำ ถ้าโชคดีอาจได้เห็นสาวๆ นุ่งกระโจมอกอาบน้ำด้วย  

            ชมวิวทิวทัศน์ไปเพลินๆ สักพักเราก็เข้าสู่คลองขนมหวานแล้ว ชาวบ้านที่คลองขนมหวานจะทำขนมกันแทบทุกบ้าน และจะนำมารวมๆ กันขายให้กับนักท่องเที่ยวและส่งขายทั่วไปตามตลาด จุดแรกที่เรือแวะจอด คือ “ร้านสมชายขนมไทย”

            มาถึงแล้วอย่ารีรอ เพราะเรือจอดแค่ 20 นาที รีบไปชิมขนมหวานก่อนเลย ที่นี่เขาให้ชิมกันเป็นกะละมัง ตักชิมเอาตามใจชอบ มีทั้งทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง เม็ดขนุน ฯลฯ

           ชิมเสร็จก็ช้อปขนมกลับบ้านหรือจะเอาไปกินกันบนเรือ ราคาก็ถูกแสนถูก ทุกอย่าง 10 บาท หยิบเพลินเลยขนซื้อกันไปเป็นถุงใหญ่ๆ

            จุดที่ 2 แวะที่ศูนย์การเรียนรู้ ขนมไทยมงคล 9 ชนิด ที่บ้านคุณแอ๋ว เกาะเกร็ด มีสาธิตการทำขนมไทยด้วย เป็นบ้านเรือนไทยบรรยากาศดี เรือแวะจอดอีก 20 นาที

            ที่นี่มีโฆษกเสียงดี ให้ความสำราญกับนักท่องเที่ยว รับรองมาแล้วจะต้องอมยิ้มกันทุกคนและมีขนมให้ชิมอีกเพียบ หน้าตาสวยๆ มีชื่อเป็นมงคลทั้งนั้น ยกตัวอย่าง ขนมมงคล 9 ชนิด อาทิเช่น

    1. จ่ามงกุฏ หมายถึง สุดยอดของขนมในสมัยก่อนในหลวงจะทรงประทานให้กับข้าราชการที่ได้เลื่อนชั้นตำแหน่ง
    2. เสน่ห์จันทร์ หมายถึง ทำให้มีเสน่ห์กับเพื่อนร่วมงานและผู้คนรอบข้าง
    3. ทองเอก หมายถึง ความเป็นหนึ่งในด้านหน้าที่การงาน
    4. ฝอยทอง หมายถึง ทำให้ชีวิตยืนยาว นิยมใช้ในงานมงคล
    5. ทองหยิบ หมายถึง ให้ได้หยิบเงินหยิบทอง
    6. ทองหยอด หมายถึง ทำการสิ่งใด จะได้กำไรเป็นเงินเป็นทอง
    7. เม็ดขนุน หมายถึง การหนุนเนื่องให้หน้าที่การงาน และชีวตสูงขึ้น
    8. ถ้วยฟู หมายถึง ทำให้เจริญเฟื่องฟู ส่งเสริมฐานะให้มั่นคง
    9. ขนมชั้น หมายถึง การเพิ่มขั้น เลื่อนตำแหน่งในหน้าที่การงาน

        จุดที่ 3 เรือแวะที่ “ตลาดน้ำวัดแสงสิริธรรม” และไหว้พระวัดแสงสิริธรรม เพื่อเป็นสิริมงคล

            ขากลับเรือจอดที่ท่าน้ำของชุมชนในเกาะเกร็ด  เพื่อให้เราได้เดินเล่นภายในชุมชนเล็กน้อยประมาณ 300 เมตร  ระหว่างทางก็มีขนมหวานให้ชิมอีกแล้ว ที่ “บ้านป้าสุนขนมหวาน” ที่เปิดให้ขึ้นไปกินขนมบนบ้าน รู้สึกอบอุ่นดีจริงๆ  มีเมนูขนมหวานให้เลือกหลากหลายน่าอร่อยทั้งนั้นเลย อาทิ เพชรพลอยลอยแก้ว ทับทิมกรอบ มะม่วงลอยแก้ว ลอดช่อง ซ่าหริ่ม ถุงทองทอดกรอบ กระท้อนลอยแก้ว ฯลฯ

             ใครจะต่อด้วย “กาแฟบ้านเลขที่ ๑” ตบท้ายก็เดินถัดจากบ้านป้าสุนไปไม่ไกล เดินไปเรื่อยๆ ตามทางเดี๋ยวก็เจอเองอยู่ติดริมทางเดิน ที่นี่มีเอกลักษณ์ที่หม้อต้มกาแฟและมีที่นั่งจิบกาแฟริมน้ำภายในร้านด้วย

    เสร็จแล้วเดินอีกไม่ไกลไปขึ้นเรือข้ามฟากที่ท่าเรือวัดปรมัยยิกาวาสเหมือนเดิม


    อำลาเกาะเกร็ดกลับบ้านอย่างมีความสุขแสนหวาน ♥♥♥♥♥♥


  • ซีฟู้ดรสเด็ดริมน้ำจันทบูร

    ภาพ/ เรื่อง :   Unseen Tour Thailand

    ข้าวหน้าทะเล ละลานตาด้วยกั้งตัวโตๆ ปูไข่ กุ้ง หมึก พร้อมน้ำจิ้มซีฟู้ดรสชาติจี๊ดจ๊าด ที่ร้านเจ๊อี๊ดทะเลรสเด็ด ชุมชนริมน้ำจันทบูร   จ.จันทบุรี  ราคาเพียงแค่ จานละ 35 บาทเท่านั้น

    ข้าวหน้าทะเล “รวมจ้าวสมุทร”

    ที่นี่จะมีชื่อเมนูแปลกๆ น่าอร่อยทั้งนั้น อาทิ
    อัศวินสีส้ม  =  ข้าวหน้ากุ้ง
    อัศวินสีม่วง = ข้าวหน้ากั้ง
    ทะเลพันก้าม =   ข้าวหน้าปู
    ทะเลลุงหนวด = ข้าวหน้าปลาหมึก
    รวมจ้าวสมุทร  = รวมมิตรทะเล มีทั้งกั้ง กุ้ง ปลาหมึก ปูไข่

    หรือถ้าจะต่อด้วยก๋วยเตี๋ยวทะเลเดือดก็มี แนะนำให้กินเส้นเล็กต้มยำ เพราะจะได้ชิมเส้นจันท์ที่มีชื่อว่าเหนียวนุ่ม และน้ำต้มยำที่แซบถึงใจ ถ้าใครกลัวเผ็ดก็มีแบบน้ำใสให้เลือก

     
    ก๋วยเตี๋ยวเส้นเล็กต้มยำทะเลเดือด

    กินจนอิ่มหนำแล้วก็ไปต่อกันด้วย “ขนมไข่” ร้านป้าไต๊ ที่อยู่ใกล้ๆ กับร้านเจ๊อี๊ด เพียงไม่กี่ห้อง  กับรสชาติกรอบนอกนุ่มในของขนมไข่สูตรโบราณ หรือจะซื้อเป็นของฝากกลับไปทานที่บ้าน ก็มีให้เลือกทั้งแบบลูกเล็กและลูกใหญ่ สนนราคาเพียงถุงละ 10 และ 20 บาท

    หลังจากนั้นก็ไปเดินเล่นย่อยอาหารกันต่อในบริเวณชุมชนริมน้ำจันทบูร ที่มีบ้านเก่าแก่ และแต่ละบ้านก็มีตำนานน่าสนใจค่ะ

     

      

     

     

    หรือจะไปโพสท่าถ่ายรูปที่โลเกชั่นถ่ายโฆษณารังนกยี่ห้อหนึ่ง (จำไม่ได้ว่ายี่ห้ออะไร) ถ่ายทำในปี พ.ศ. 2550 ชื่อชุด “ดู่ ดู๊ ดู ดูเธอทำ ทำไมถึงทำกับฉันได้”

     

    แผนที่เที่ยวชม & ชิม ถิ่นริมน้ำจันทบูร  (คลิกที่รูปภาพเพื่อขยายใหญ่)

     

    ถ้ามีเวลาเยอะมากจะไปนั่งทำผมในร้านทำผมบรรยากาศย้อนยุคที่เอาโทรทัศน์มาทำเป็นโต๊ะเครื่องแป้งก็เก๋ไปอีกแบบ

     

     

    สำหรับใครที่ต้องการแวะพักค้างคืน ขอแนะนำ “โรงแรมอรุณสวัสดิ์”

     

    ที่ชุมชนริมน้ำย่านท่าหลวงนี้มีทั้งวัดไทย  ศาลเจ้า  และโบสถ์คริสต์ อยู่ด้วยกันอย่างกลมกลืนเป็นหนึ่งเดียวกัน  พอดีวันนี้เรามาเจอเทศกาลเทกระจาดที่ศาลเจ้าพอดีเลย

     

     

    โบสถ์วัดแม่พระปฏิสนธินิรมล Unseen Thailand

     

     

    ชุมชนริมน้ำจันทบูร หรือ ย่านท่าหลวงนี้ อยู่ไม่ไกลจากศาลพระเจ้าตากสิน ,ศาลหลักเมืองจันทบุรี  และหอจดหมายเหตุแห่งชาติจันทบุรี

     

     ใครอยากมาชิม แนะนำให้มาวันที่ 9 – 11 กันยายน 2554 นี้นะคะ มีงานถนนคนเดิน รับรองของกินเพียบ

  • ย้อนอดีตที่ “นิทรรศน์รัตนโกสินทร์”

    ภาพ/ เรื่อง :   Unseen Tour Thailand

    “ที่แห่งนี้เปรียบเสมือนประตูสู่กรุงรัตนโกสินทร์ เป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ที่ให้ความรู้เกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยวบริเวณเกาะรัตนโกสินทร์ก่อนที่จะไปเที่ยวชมยังสถานที่จริง..” 

                                
     

    ใครที่อยากจะไปเดินเล่นชิลชิล เที่ยวชมรอบกรุงรัตนโกสินทร์ แต่ติดตรงที่ไม่ไหวกับอากาศร้อนอบอ้าวยามบ่าย ขอแนะนำว่ามีอยู่ที่นึงที่สามารถเดินทอดน่องชมกรุงได้อย่างเย็นฉ่ำ สบายกายสบายใจ และครบทุกแห่งภายในวันเดียว ที่นี่ไงล่ะ  “นิทรรศน์รัตนโกสินทร์”  ซึ่งมีสโลแกนว่า “คุณค่าแห่งยุคสมัย สัมผัสได้ในหนึ่งวัน”

     
    การเดินทางควรจะใช้บริการขนส่งสาธารณะสะดวกที่สุดค่ะ จะได้ไม่ปวดหัวในการหาที่จอดรถให้ยุ่งยาก  ถ้าใช้การเดินทางโดยรถเมถ์จะสบายที่สุด  เพราะพอรถจอดที่ป้ายปุ๊บก็เดินเข้าตัวอาคารที่อยู่ตรงป้ายรถเมล์พอดีเลย

    แต่ถ้าใช้บริการเรือโดยสารคลองแสนแสบ ให้มาลงที่ท่าผ่านฟ้า ระหว่างทางเดินไปตึกนิทรรศน์รัตนโกสินทร์ จะผ่าน “ป้อมมหากาฬ” แวะเข้าไปเที่ยวชมได้ถ้ามีเวลา

    เดินมาถึงที่หมายหน้าอาคารนิทรรศน์รัตนโกสินทร์ จะพบผู้เฝ้าประตูยืนเด่นเป็นสง่าต้อนรับเราอยู่

     
    พอเข้ามาด้านในก็จะพบกับป้ายต้อนรับขนาดใหญ่ และเป็นที่ที่ทุกคนที่เข้ามาจะมักไปยืนถ่ายรูปกัน เพราะเมื่อเข้าไปใกล้ๆ บอร์ดนี้ และยกมือไหวไปมา จะมีนกแอนนิเมชั่นโบยบินออกมา ตามมือที่เราโบก เป็นที่สนุกสนานของผู้เข้าชมมาก

    หลังจากซื้อบัตรเรียบร้อยแล้ว ก็เลือกเส้นทางที่เข้าชม มีให้เลือก 2 เส้นทางโดยจะมีไกด์นำทาง แต่ละเส้นทางใช้เวลาในการเข้าชม เส้นทางละ 2 ชั่วโมง ถ้ามีเวลาพอควรเลือกไปชมทั้ง 2 เส้นทาง  เพราะมีความแตกต่างกันและสวยทั้ง 2 เส้นทาง

     
    ระหว่างที่รอเวลาไกด์พาไปชมเส้นทางที่เลือกไว้  เจ้าหน้าที่จะแนะนำให้ไปชมห้องนิทรรศการชั่วคราวด้านล่าง ที่จะผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนไปในแต่ละเดือน ใครผ่านไปผ่านมานิทรรศน์รัตนโกสินทร์ก็แวะเข้ามาชมได้ ส่วนนี้ชมฟรี ไม่ต้องซื้อบัตรค่ะ

    ช่วงนี้เป็นนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ที่จัดต่อเนื่องมาจากวันแม่ มีถึงวันที่ 14 กันยายน 2554 นี้

    และจะได้ชมสาธิตการทำตุ๊กตาชาววังบ้านบางเสด็จ อ.ป่าโมก จ.อ่างทอง แหล่งผลิตตุ๊กตาชาววังที่ใหญ่ที่สุดและมีชื่อเสียงไปไกลทั่วโลก ที่แสดงให้เห็นวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนและวัฒนธรรมประเพณีไทยต่างๆ เช่น การละเล่นของเด็กไทย วงมโหรีปี่พาทย์ ชุดท่วงท่าฤาษีดัดตน หรือรูปผลไม้ไทยหลากหลายชนิด ซึ่งล้วนแต่สวยงามน่ารักอย่างยิ่ง คุณป้าที่สาธิตก็ใจดี ชี้ชวนให้หยิบเล่นได้ เด็กๆ ชอบกันมาก

    ที่นี่อนุญาตให้ถ่ายรูปได้ทุกห้องค่ะ ยกเว้นการอัดเสียงบรรยาย และงดถ่ายวีดีโอเป็นบางห้อง  แต่ละห้องมีเสน่ห์เฉพาะตัว ซึ่งต้องมาสัมผัสด้วยตนเอง ถึงจะตื่นเต้นว่าจะเจออะไรบ้างภายในห้องต่างๆ

    อุโมงค์เวลา  
    บอกถึงเหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์ไทยเทียบกับเหตุการณ์ของต่างประเทศในช่วงเวลาเดียว เริ่มตั้งแต่ตอนที่ก่อตั้งกรุงรัตนโกสินทร์จนถึงปัจจุบัน

     ห้องดื่มด่ำย่านชุมชน 
    รวม 14 ชุมชนงานฝืมือบนเกาะรัตนโกสินทร์ ไฮไลท์อยู่ที่ลวดลายที่อยู่บนพื้น พอเราเหยียบที่จุดที่เป็นที่ตั้งชุมชน จะมีรูปปรากฏขึ้นมา รูปอะไรไปดูเองนะคะ

     


    ห้องรัตนโกสินทร์เรืองโรจน์
    ย้อนอดีตกลบไปครั้งสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ เป็นห้องชมภาพยนตร์ 4 มิติ

     

     
    ห้องเกียรติยศแผ่นดินสยาม
    จะพบกับหุ่นจำลองพระบรมมหาราชวังที่สมบูรณ์แบบที่สุดในประเทศไทย และชมพระแก้วมรกตในเครื่องทรงครบทั้ง 3 ฤดูในคราวเดียว

     

     


    ห้องเรืองนามมหรสพศิลป์
    ห้องนี้จะให้เราเข้าชมมหรสพหลายชนิด โดยให้นั่งกับพื้นในห้องวงกลม ดูมหรสพได้รอบทิศทาง 360 องศา ได้เรียนรู้ภาษาโขนกับ ตัวพระ นาง ลิง ยักษ์ อยากรู้ว่ายักษ์เขินเป็นยังไงให้มาดูได้ที่นี่ และได้ลองฝึกเชิดหุ่นกระบอกด้วยตนเอง


    ห้องเยี่ยมยลถิ่นกรุง
    ทุกคนจะได้ถ่ายรูปในห้องถ่ายรูปสมัยโบราณก่อน เพื่อนำมาเป็นตัวละครหลักในภาพยนตร์การ์ตูนแอนนิเมชั่นแล้วท่องเที่ยวไปทั่วกรุง ให้เราได้ชม

     
    ห้องสง่าศรีสถาปัตยกรรม
    ได้เล่นเกมสร้างวัดระบบมัลติทัช และสนุกกับเกมเดินทางชมบ้านในเมืองกรุงค่ะ

     

     

    ห้องเรืองรุ่งวิถีไทยห้องนี้นำเราย้อนอดีตไปตั้งแต่สมัยที่คนไทยยังใช้เรือเป็นพาหนะ โดยเราจะได้นั่งเรือจริงๆ จุผู้โดยสารได้เกือบ 20 คน ล่องไปตามแม่น้ำ พอยุคสมัยเปลี่ยนไปเรือที่เรานั่งก็แปลงร่างกลายเป็นรถราง นั่งชมเมืองตั้งแต่สมัยสร้างถนนเจริญกรุงใหม่ๆ จนมาจบที่การนั่งรถไฟฟ้าซึ่งเป็นสมัยปัจจุบันของเรา เหมือนได้นั่งเครื่องไทม์แมชชีนย้อนอดีตได้จริงๆ

     

     


    ห้องดวงใจปวงประชา
    ร่วมซาบซึ้งกับพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภุมิพลอดุลยเดช ผู้ทรงนำความอุดมสมบูรณ์จากดินสู่ฟ้า…จากป่าสู่เมืองในบรรยากาศที่โอบล้อมตัวเราเสมือนพระมหากรุณาธิคุณที่ปกแผ่ไปทั่วทุกสารทิศ 

    ที่กล่าวมาข้างต้นนี้ยังไม่ครบทุกห้องนะคะ เล่าให้ฟังคร่าวๆ เพราะแต่ห้องห้องจะมีรายละเอียดเยอะแยะมากมายกว่านี้เป็น ร้อยร้อยเท่า อยากให้มานิทรรศน์กันด้วยตนเองค่ะ

    นอกจากนี้ยังมีของที่ระลึกติดได้ติดมือกลับไปเป็นโปสการ์ดสวยๆ หรืออยากฉายรูปลงปกนิตยสารโดยมีเราเป็นนายแบบ นางแบบ เก็บเป็นภาพประทับใจกลับบ้านก็ย่อมได้

     

     

    พอชมห้องต่างๆ ครบทั้ง 2 เส้นทาง ก็ขึ้นไปดูวิวทิวทัศน์สวยๆ ของ ภูเขาทอง  โลหะปราสาท วัดราชนัดดารามวรวิหาร ลานพลับพลามหาเจษฏาบดินทร์ ป้อมพระกาฬ ในมุมมองที่สวยที่สุดแบบเต็มๆ ตา ยิ่งถ้าเป็นยามเย็นจะได้สัมผัสกับบรรยากาศที่สุดแสนคลาสสิคของเมืองกรุง

    หรือจะนั่งจิบกาแฟรสละมุนจากร้าน True Coffee ที่อยู่ในชั้นนี้ กับโซฟานุ่มๆ ชมวิวรอบทิศทาง จะนั่งนานแค่ไหนก็ไม่มีใครว่า จะอยู่จนถึง 2 ทุ่มช่วยพนักงานเก็บร้านก็ยังได้

     

     

     


    เป็นวันหยุดพักผ่อนที่แสนเก๋ อีกวันนึงค่ะ ไม่ว่าจะพาคนรู้ใจมาเที่ยว พาน้องๆ มาเรียนรู้ประวัติศาตร์ที่แสนเพลิดเพลิน หรือพาคุณย่าคุณยายมาซึมซับบรรยากาศเก่าๆ ที่ห่างหายไปนาน ก็ล้วนน่าประทับใจค่ะ

    แล้วคุณจะรู้ว่ากรุงเทพฯ ของเราสวยงามแค่ไหน  …

    นิทรรศน์รัตนโกสินทร์
    100  ถนนราชดำเนินกลาง  แขวงบวรนิเวศ  เขตพระนคร  กรุงเทพมหานคร  10200

    เปิดให้เข้าชมทุกวัน ยกเว้นวันจันทร์
    อังคาร – ศุกร์  เวลา 11.00 – 20.00 น.
    เสาร์ – อาทิตย์  และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 10.00 – 20.00 น.
    อัตราค่าเข้าชม  ผู้ใหญ่ 100 บาท เด็กเข้าชมฟรี (สูงไม่เกิน 120 เซนติเมตร)
    โทรศัพท์  02-621-0044
    www.nitasrattanakosin.com

    การเดินทาง
    รถประจำทาง :  สาย  2, 3, 9, 15, 31, 33, 42, 47, 59, 60, 64, 70, 79, 82, 86, 157, 201, 503, 509
    รถยนต์ส่วนตัว : ประทับตราจอดรถ จอดได้ 3 ชั่วโมง – 20 บาท
     เกิน 3 ชั่วโมง คิดค่าบริการชั่วโมงละ 50 บาท หรือจอดที่บริเวณวัดราชนัดดาฯ อัตราค่าจอดตามที่สถานที่นั้นกำหนด

  • ตื่นตากับความงามของ ‘วังยะหริ่ง’

    วังยะหริ่ง อำเภอยะหริ่ง จังหวัดปัตตานี

    เมื่อก้าวผ่านพ้นเขตรั้วของวังยะหริ่งเข้าไป ไม่มีใครไม่สะดุดตากับเรือนไม้กึ่งปูนสีเขียวนวลตาหลังใหญ่ ซึ่งงดงามวิจิตรด้วยลวดลายสลักเสลาไม้ดูอ่อนช้อยที่หน้าบัน ตามแนวชายคา แนวระเบียง เชิงบันได ฯลฯ อันบ่งบอกถึงฝีมือบรรจงสร้างของช่างสมัยปลายรัชกาลที่ 5 ผู้เสกสรรค์ให้เรือนสองชั้นที่มีรูปแบบผสมผสานระหว่างศิลปะสถาปัตยกรรมแบบยุโรปและชวา เป็นสิ่งปลูกสร้างโดดเด่นที่สุดในเมืองเก่าแห่งนี้ วังยะหริ่งสร้างเมื่อ พ.ศ. 2438 โดยพระยาพิพิธเสนามาตยธิบดีศรีสุรสงคราม

    ความสำคัญนอกเหนือจากความงดงามคือเป็น 1 ใน 7 ของวังที่กระจายอยู่ใน 7 หัวเมือง (ปัตตานี ยะหริ่ง สายบุรี หนองจิก รามัน ระแงะ และยะลา) ซึ่งปัจจุบันวังยะหริ่งเป็นวังที่ยังคงความสมบูรณ์และสวยงามที่สุด

    ช่วงเวลาที่ดีที่สุด:
    เข้าชมความวิจิตรงดงามของวังยะหริ่งได้ทั้งปี

    ขอบคุณข้อมูลจาก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
    รวมรวมบทความท่องเที่ยว โดย www.unseentourthailand.com  เว็บไซต์รวมแหล่งท่องเที่ยว Unseen ในประเทศไทย