คลังรูป

  • เสพงานศิลป์ ชั้น “ครู”

    ภาพ/ เรื่อง :   สีรุ้ง  พงษ์พานิช

    “เชื่อมั๊ยว่าการได้ชมงานศิลปะดีๆ สักชิ้น อาจทำให้เราเกิดแรงบันดาลใจที่จะทำบางสิ่งบางอย่าง
    หรือมันอาจจะเปลี่ยนชีวิตของเราไปเลยก็ได้”

    วันนี้ฉันแวะไปซื้อโทรศัพท์มือถือที่มาบุญครอง และกำลังจะกลับบ้าน  ขณะกำลังเดินข้ามสะพานลอย สายตาก็พลันไปสะดุดกับเจ้าตุ๊กตาเสือน้อยน่ารักน่าชังที่ตั้งอยู่หน้าตึกๆ หนึ่งตรงข้ามกับมาบุญครองและสยามดิสคัพเวอร์รี่   มันคืออะไรกันนะ?

    ลานด้านหน้าทางเข้าหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร

    เดินเข้ามาดูใกล้ๆ จึงรู้ว่าเป็นการจัดนิทรรศการศิลปะของ “หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร” นั่นเอง น่าสนใจดีแฮะ  เหมือนมีแรงดึงดูดอะไรบางอย่างดึงให้ฉันเดินเข้าไปในตัวอาคาร ดั่งต้องมนต์สะกด ทันทีที่เดินผ่านประตูเข้าไปก็พบกับยามเฝ้าประตูตัวสูงใหญ่

    และแล้วก็จ๊ะเอ๋กับประชาสัมพันธ์สาวสวยกล่าวเชื้อเชิญให้ฉันลงทะเบียนเพื่อรับหนังสือฟรี ฉันก็เซ็นชื่อให้น้องเค้าอย่างว่าง่าย เพราะว่าอยากได้หนังสือฟรี ทั้งๆ ที่ไม่รู้ว่าหนังสืออะไร และมีงานอะไรกัน..

    นี่คือหน้าตาหนังสือที่ว่า


    เดินผ่านเข้าไปในงานนิทรรศการที่จัดอยู่ในพื้นที่ด้านล่างตรงกลางห้องโถงใหญ่ของตึก จึงพบว่าเป็นการแสดงผลงานภาพถ่ายและภาพจิตรกรรม ที่ผ่านการตัดสินแล้ว เข้าไปดูหน่อยซิว่าเป็นยังไง


    โห ตะลึงเลยค่ะ สวยๆ ทั้งนั้นเลย จากนั้นก็รัวชัตเตอร์ถ่ายอย่างไม่ยั้งมือ

    ที่นำมาลงนี่เป็นเพียงบางส่วนค่ะ  ใครชอบภาพไหนก็เลือกดูนะ คงมีสักภาพที่โดนใจ แต่ของฉันน่ะโดนไปหลายภาพเลย ชั้นล่างนี่เป็นภาพวาดล้วนๆ  ขออุบภาพที่ได้รับรางวัลชนะเลิศไว้ท้ายเรื่องนะ

     

     

     

    เดินขึ้นไปดูที่ชั้น 2 ต่อดีกว่า เป็นนิทรรศการภาพถ่าย งานเดียวกัน ติดเรียงรายบนผนังให้เลือกดูกันได้ตามชอบใจ  รับกับระเบียงมุมโค้งที่ดูสบายตา

     

    มีของที่ระลึกเก๋ๆ และมีไอเดีย ให้ได้ชมได้ช้อปกันด้วย ส่วนใหญ่เป็นของทำด้วยมือ (Hand Made)

     

    หรือจะนั่งพักเหนื่อย หลบลมร้อนจากข้างนอกมานั่งตากแอร์เย็น จิบกาแฟ ก็มีที่ให้นั่งเล่นสบายๆ ชิวๆ ในบรรยากาศของศิลปะที่แสนจะคลาสสิค มีเพลงคลอเบาๆ ช่วยสร้างสรรค์จินตนาการให้บรรเจิด Good Idea เลยล่ะ


    ภาพด้านล่าง 2 ภาพนี้ เป็นภาพที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ ดูแล้วรู้สึกยังไงบ้างคะ? ตรงใจบ้างไหม

    รางวัลชนะเลิศภาพถ่าย ชื่อภาพ “ครูผู้ให้ที่ไร้ชีวิต” ศิลปิน นายวิสรุจน์ สิงหกลางผล
    รางวัลชนะเลิศภาพจิตรกรรม ชื่อภาพ "พลังของครูใต้" ศิลปิน นานสุทธิพันธ์ ขะยะ

     

    ในชีวิตจริงเราทุกคนต่างมีความเป็นครู และคนรอบข้างตัวเราล้วนก็เป็นครูของเราด้วย ไม่จำเป็นว่าจะต้องเป็นครูที่อยู่ในห้องเรียนเท่านั้น

    ไม่ว่าจะเป็น พ่อแม่ที่เป็นครูคนแรก  เพื่อนสนิทที่คอยชี้แนะ  พี่ที่ดูแลน้องแทนพ่อแม่  ในหลวงของเรา  พระสงฆ์ที่ชี้ทางธรรม คนข้างถนน คนที่เราไม่รู้จัก หรือใครก็ตามที่เป็นแรงบันดาลใจให้เราทำบางสิ่งบางอย่างที่ดี มีคุณค่า  เขาเหล่านั้น ล้วนเป็น “ครู”

    รวมทั้งครูภาคใต้ผู้เสียสละ ยอมเสี่ยงแม้แต่ชีวิตของตนเอง  ครูบนดอยที่ทิ้งความสุขสบายไว้เบื้องหลัง ครูที่พร่ำบ่นอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยเพื่อให้เราเป็นคนดี 

    ขอเทิดทูนหัวใจครูทุกดวง ด้วยความเคารพยิ่ง..

     หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร
    939 ถนนพระรามที่ 1 แขวงวังใหม่
    เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330
    เปิดเวลา 10.00 น. – 21.00 น.  ปิดวันจันทร์
    โทร. 02 2146630-8
    www.bacc.or.th

  • ก๋วยเตี๋ยวไก่ฉีก นายดำเสนา สาขา ๒

    ก๋วยเตี๋ยวไก่ฉีก นายดำาเสนา
    ก๋วยเตี๋ยวไก่ฉีก นายดำาเสนา
    รสชาติจี๊ดจ๊๊าดถือว่่าเป็็นเอกลักษณ์์ก๋วยเตีี๋ยวไก่ฉีกต้มยำร้า้านนี้ ชนิดไม่่ต้้องปรุงให้้เสียเวลา รสชาติพอดีมีเปรี้ยวหวานเผ็ด น้ำคลุกคลิกกลิ่นกระเทียมเจียวโชยแตะจมูก หมดชามแรกเป็น็นต้องสั่งชามสองต่อชามสาม
     

    ท่า่นใดกลัวเผ็ดสั่งไม่ยำก็ไม่ผิดกติกาใดๆ นอกจากก๋๋วยเตี๋ยวไก่่ยังเลือกได้ทั้งเนืื้อล้้วน หรือติดหนัง ยัง
    มีก๋วยเตีี๋ยวหมูให้ได้สั่งกินกัน ทีี่นีี่ อร่่อย ประหยัด จริงๆ

     เมนูอร่อย  ก๋วยเตี๋ยวไก่ 10 บาท  ก๋วยเตี๋ยวหมู 10 บาท
    ข้อไก่หม้อดิน 20 บาท

     นายดำาเสนา สาขา๒
    ค.๖๘ ถ.บางเฮียน ต.หอรัตนชัย อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา
    โทร.0๘ ๖๓๗๘ ๓๒๙0
    เปิดเวลา 0๙.00-๒๑.00 น.ทุกวัน
    ร้า้้นอยู่่ตรงซอยบัวหวาน ถามใครๆ รู้จักดีมีทีี่จอดรถหน้า้ร้า้น
     
      ขอบคุณข้อมูลจาก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
    รวมรวมบทความท่องเที่ยว โดย www.unseentourthailand.com  เว็บไซต์รวมแหล่งท่องเที่ยว Unseen ในประเทศไทย


  • ขอพรจาก ‘เจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว’

    อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี

    เจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว ศาลเจ้าเล่งจูเกียง อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี
    ราว 400 ปีก่อน มีเรื่องราวเล่าขานถึงความกตัญญู ซื่อสัตย์ และการรักษาคำมั่นสัญญาของลิ้มกอเหนี่ยว หญิงสาวผู้อาสามารดาออกติดตามพี่ชายที่หลบหนีจากประเทศจีนมาอาศัยอยู่ที่บ้านกรือเซะ เมืองปัตตานี ซึ่งไม่อาจนำพาพี่ชายกลับไปพบมารดาได้ เธอจึงผูกคอตายที่ต้นมะม่วงหิมพานต์ ใกล้กับมัสยิดกรือเซะ
     
    เรื่องเล่านี้ได้สร้างความศรัทธาให้ชาวจีนพากันมากราบไหว้บูชาสุสานของลิ้มกอเหนี่ยวในบริเวณบ้านกรือเซะ และปรากฏว่าเกิดเรื่องราวคล้ายอภินิหาร คือผู้มากราบไหว้บนบานต่างหายเจ็บไข้และมีโชคลาภ ทำให้เจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวเป็นที่เคารพศรัทธาอย่างยิ่งจากวันนั้นมาจนถึงปัจจุบัน ทุกวันนี้รูปสลักของเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวซึ่งแกะจากต้นมะม่วงหิมพานต์ที่เธอปลิดชีวิตตนเองถูกนำมาประดิษฐานในศาลเจ้าเล่งจูเกียง ถนนอาเนาะรู อำเภอเมืองฯ แทนศาลเจ้าเดิมที่หมู่บ้านกรือเซะซึ่งชำรุดทรุดโทรมไปมากแล้ว และทุกวัน ในศาลเจ้าแห่งนี้ก็จะอบอวลไปด้วยควันธูป บ่งบอกถึงความศรัทธาที่ไม่เคยเสื่อมคลายลงเลย
     
    ช่วงเวลาที่ดีที่สุด: ไปขอพรเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวได้ตลอดทั้งปี ถ้าไปในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3 (ตรงกับวันมาฆบูชา)
    จะมีงานประเพณีแห่เจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวไปตามถนนสายต่างๆ ภายในตัวเมืองปัตตานี 
     
    ขอบคุณข้อมูลจาก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
    รวมรวมบทความท่องเที่ยว โดย www.unseentourthailand.com  เว็บไซต์รวมแหล่งท่องเที่ยว Unseen ในประเทศไทย

  • ไปไหว้พระ ใน ‘วัดพิทักษ์แผ่นดินไทย’

    วัดชลธาราสิงเห อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส

    วัดชลธาราสิงเห อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส
     วัดเก่าแก่ที่สร้างขึ้นในปลายรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้กลายเป็นโบราณสถานที่รัฐบาลไทยใช้เป็นเหตุผลอ้างอิงในการปักปันเขตแดน เมื่ออังกฤษพยายามจะรวมพื้นที่ของจังหวัดนราธิวาส เข้าเป็นแผ่นดินเดียวกับมลายู ซึ่งเป็นเมืองขึ้นของอังกฤษในขณะนั้น ด้วยการที่วัด ชลธาราสิงเหมีสิ่งก่อสร้างที่มีลักษณะสถาปัตยกรรมไทยอยู่มากมาย รวมทั้งภาพจิตรกรรมฝาผนังแสดงพุทธประวัติและวิถีชีวิตแบบไทย ทำให้อังกฤษยอมรับเหตุผล และใช้แม่น้ำตากใบเป็นเส้นแบ่งเขตแดนไทย-มาเลเซีย นั่นจึงทำให้วัดนี้มีอีกชื่อเรียกหนึ่งว่า ‘วัดพิทักษ์แผ่นดินไทย’
     
    ช่วงเวลาที่ดีที่สุด: เข้าไปสักการะได้ตลอดทั้งปี
     

    ขอบคุณข้อมูลจาก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
    รวมรวมบทความท่องเที่ยว โดย www.unseentourthailand.com  เว็บไซต์รวมแหล่งท่องเที่ยว Unseen ในประเทศไทย

  • ร่วม “เทศกาลถือศีลกินผัก”

    ศาลเจ้าต่างๆ ในทุกอำเภอของจังหวัดภูเก็ต

    เทศกาลถือศีลกินผัก จังหวัดภูเก็ต
     

     ทุกปีในวันขึ้น 1 ค่ำ ถึงวันขึ้น 9 ค่ำ เดือน 9 บนเกาะภูเก็ตจะกรุ่นอวลด้วยกลิ่นควันธูป สะอาดตาด้วยชุดสีขาว สะดุดตาด้วยธงเหลืองโบกไสว และหอมหวนด้วยกลิ่นอาหารที่ปรุงจากผักและแป้งในเทศกาลถือศีลกินผัก หรือเทศกาลกินเจ ที่คนจีนเรียกว่า ‘เจี๊ยะฉ่าย’ อันเป็นประเพณีตามลัทธิเต๋า ซึ่งมีการบูชาเซียนเทวดา เทพเจ้า และวีรบุรุษผู้เป็นที่ยกย่องศรัทธา ที่สืบทอดกันมายาวนานหลายร้อยปี

    ความน่าตื่นตาตื่นใจที่สุดของเทศกาลนี้คือวันประกอบพิธีอิ้วเก้ง หรือพิธีแห่พระ ที่จะมีขบวนแห่ม้าทรง ซึ่งแสดงอิทธิฤทธิ์ด้วยการทิ่มเหล็กแหลมแทงตามเนื้อตัวราวกับไม่รู้สึกเจ็บปวด และพิธีลุยไฟเพื่อชำระร่างกายให้บริสุทธิ์ ท่ามกลางเสียงประทัดกึกก้องไปทั้งเมือง ทำให้ภูเก็ตในห้วงยามนี้อบอวลไปด้วยบรรยากาศของความศรัทธาที่ดูอลังการยิ่งกว่าพื้นที่ใดๆ ในเมืองไทย

    ช่วงเวลาที่ดีที่สุด: วันขึ้น 1 ค่ำ ถึงวันขึ้น 9 ค่ำ
    เดือน 9 ราวๆ เดือนตุลาคมของทุกปี

     

    ขอบคุณข้อมูลจาก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
    รวมรวมบทความท่องเที่ยว โดย www.unseentourthailand.com  เว็บไซต์รวมแหล่งท่องเที่ยว Unseen ในประเทศไทย